2008/Oct/15

  

 


 

ขอต้อนรับ

 

 

สู้สมรภูมิคนเลว  

...

หากคิดจะชั่ว....ต้องเลวให้ถึงที่สุด

ไม่อย่างนั้น

อย่าริอาจเป็นคนเลว!!!

...

 

 

 


 

VILE! DO I?

 

เลว!!...ผมเปล่าซักหน่อย!?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟิคดัดสันดารคนเลว...เลวหน้าซื่อ...และเลวหน้าเอี๊ยด-เอี๊ย!...

 

 

.

.

 

 

 

" ฉันเกลียด!!! เกลียดแก ...ฮือ...ทำกับฉันอย่างนี้ได้ไง ทำได้ยังไง

ไอ่เลว แกทำลายความไว้ใจฉัน...ฮือ ฮื้ออ"

มือเรียวกระหน่ำทุบชายหนุ่มร่างบางตรงหน้าไม่ยั้งโดยมีมือทั้งสองข้างของคู่กรณี

ปัดป้องพันละวัน

ดวงตาทั้งสองข้างเอ่อล้นชุ่มชื้นไปด้วยหยาดน้ำสีใส

ความเกรียวกราดโมโหโธโสถูกปลอดปล่อยผ่านมือทั้งสอง

 

 

หญิงสาวที่คงจะเคยดูดีแต่ตอนนี้ใกล้เคียงกับคนบ้าไร้สติควบคุมตัวเอง

อย่างไงอย่างงั้น

"อะไรกันครับพี่ !!! หยุดทำร้ายผมซักทีได้ไหม๊ พูดกันให้รู้เรื่องก่อน"

"ฮือ...ฉันต้องพูดอะไร...ถามตัวแกเองสิ ...แก เอาโปรเจคฉันไปอย่างหน้าด้าน ๆ

ยังมีหน้ามาตีหน้าซื่อ ถามฉั๊นว่าทำอะไรอีกเหรอ"

 

 

เปรี๊ยะ!

 

 

 

เมื่อได้โอกาสเหมาะฝ่ามือบางฟาดไปบนใบหน้าอ่อนหวานเยาว์วัยกว่าเต็มแรง

"ระยำนัก...รุ่นน้องที่ฉันไว้ใจ"

มือบางพลักชายร่างสูงกว่าล้มลง แล้วค่อมทับ

โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกคนได้ต่อต้าน

 

 

เปรี๊ยะ!!

 

 

รอยแดงเต็มรูปฝ่ามือประทับอยู่บนใบหน้าทั้งสองข้างอย่างไม่ต้องสงสัย

"นี่คือความรู้สึกของฉัน รู้สึกหรือยัง"

 

 

 

...รู้สึกเจ็บปวดเหรอ...ไม่เลย คนที่เจ็บปวดไม่ใช่ผมแน่นอน...

 

 

 

 

 

.....................................ทำอะไร!! หยุดนะ!!..........................................

 

 

 

 

 

ร่างสูงใหญ่เปิดประตูออกมาด้านนอก

เพราะอีกคนออกมาคุยนานเกินไปและได้ยินเสียงผู้หญิงที่เขาคุ้นเคยดี

"...ยุนโฮ..."

"??"

"เจสซี่!! คุณทำอะไรน่ะ" มือหนารีบเดินไปฉุดผู้หญิงที่นั่งคร่อมเพื่อนร่วมสายงาน

เตรียมพร้อมจะทำร้ายคนเบื้องล่างได้ทุกเวลา ทั้งที่อีกฝ่ายอยู่ในท่าเสมือนไร้ทางสู้

ให้แยกออกมา

"คุณ....พวกแก นี่มันอะไร บอกสินี่มันอะไร บอกสินี่มันอาร๊ายย"

เมื่อหญิงสาวได้เห็นใบหน้าชายที่โผล่หน้าออกมาจากห้องรุ่นน้องคนสนิทชิดเชื้อ

ความมึนงงสับสบประทุเข้าสู่การแสดงออกทางสีหน้าแทบจะในทันที

 

 

 

...โดนสวมเขา...

 

 

 

เหมือนบุคคลที่สามจะรู้ดีว่าเขาเองทำให้สถานการณ์ดูแย่ขึ้นไปอีก...

"ใจเย็นก่อน มันไม่มีอะไรทั้งนั้น เมื่อคืนผมเมา กลับบ้านไม่ไหวเลยนอนที่นี่"

"เมา...กลับบ้านไม่ไหว" หญิงสาวตรงดิ่งไปยังชายร่างบาง

เล็บได้รูปสวยที่บรรจงตัดแต่งไว้อย่าดีฉีกขาดจนปาดลึกไปถึงผิวข้างของขอบเล็บ

ที่จงใจกระชากเสื้อเชิ้ตของหนุ่มหน้าสวยแจจุงจนกระดุมกระเด็นหล่น

กระจายลงบนพื้น

 

 

 

แคว๊ก!!!

 

 

 

"เหรอ....นี่อะไร มดกัด?? หมาขบ!! หรือรอยอะไร"

ดวงตากลมโตของฝ่ายหญิงสาวที่มองกลับมาหาคำตอบ

พร้อมด้วยคำพูดเผ็ดร้อน

จนทำเอาชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักถึงกับอธิบายไม่ถูก

เพราะเขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง

ตัวเองก็ยังตกใจกับร่องรอยบนแผ่นอกบางนั่นเช่นกัน

"ผะ...ผม... นี่คุณหยุดแว๊ด ๆ เป็นคนไร้สาระสักทีได้ไหม๊!!!"

ด้วยความหงุดหงิดและจะด้วยอีกหลายสาเหตุ

ที่ตัวเขาเองก็ยังสับสนและหาคำอธิบายไม่ได้ทำให้เผลอตวาดกลับไป

แต่กว่าจะรู้ตัวใบหน้าซีกหนึ่งก็ชาดิกจนเขาเองไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป

 

 

 

เปรี๊ยะ!!

พลัก!!

หมัดน้อย ๆ ลอยมากระทบมุมปากอย่างพอดีพอดี...

นี่เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้มึนงงที่สุด

ในรอบหลายปี

 

 

 

 

 

"ถ้าคิดว่าทุกอย่างที่คุณกับไอ่เลวระยำนี่ทำกับฉัน

...มันไร้สาระ...คุณมันก็ควาย โดนสวมเขา"

"เจส!!!"

เสียงแข็งตวาดกลับจนหญิงสาวถึงกับชะงัก ยุนโฮไม่เคยขึ้นเสียงใส่เธอ

 

 

 

 

 

เพราะมันใช่มั้ย... เพราะคิม แจจุง....

 

 

 

 

 

"ทำไม...โครงการของฉัน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันคิดและทำมากับมือ

โดนคนหน้าด้านโกยผลประโยชน์เชิดเอาทั้งตำแหน่งการงาน

และความทุ่มเทไปต่อหน้าต่อตา...

หรือคุณสมรู้ร่วมคิดกัน ห๊า"

เจสสิก้าไม่เหลือสติที่จะควบคุมความอดทนของตัวเอง

มาถึงตอนนี้จะให้เธอคุมตัวเองคงทำได้ไม่ง่ายนัก

เมื่อตื่นมาตอนเช้าต้องพบกับคำสั่งระงับโปรเจคชิ้นโบว์แดงของตัวเอง

และเป็นงานชิ้นเอก

ของบริษัทพร้อมกับข้อความสั้น ๆ ในอีเมลล์ แม้แต่จะสื่อสารกันทางคำพูดก็ไม่มี

ทิ้งไว้เพียงข้อความที่เข้าใจได้เพียงว่า

 

 

 

 

 

...เธอไม่ใช่มือหนึ่งของบริษัทอีกต่อไปแล้ว...

 

 

 

 

 

'เราได้โปรเจคใหม่ที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในเชิงปฏิบัติ

มากกว่าคุณค่าทางวิชาการ ที่นำไปใช้ไม่ได้ จากคุณ คิม แจจุง'

 

 

 

คงจะไม่อารมณ์เดือดขนาดนี้ ถ้าคนคุมโปรเจค คนใหม่ไม่ใช่รุ่นน้อง

ที่ตัวเธอตัดสินความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยคำพูดง่าย ๆ ว่า...ถูกชะตา...

ทำให้เธอให้ความไว้วางใจมากกว่าคนวิจัยร่วมคนอื่น ๆ...

 

 

 

 

 

"โครงการนั่นเป็นของแจจุงจริง ๆ ผมกับเขาคุยกันก่อนหน้าคุณอีกนะเจสซี่"

เมื่อยุนโฮต้องการจะอธิบาย แต่อีกฝ่ายกลับไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ตั้งใจฟังอะไร

ต่อมิอะไรได้อีกต่อไปแล้ว

"เหรอ ... ก่อนหน้าที่มันจะเข้าแผนกหรือเปล่ายุนโฮ

คุณคุยกับมันก่อนฉันเป็นแฟนคุณหรือเปล่า"

"ใจเย็นก่อนได้ไหม๊"

ยุนโฮพยามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเพราะอีกคนเดือนพล่านยิ่งกว่าองศาของน้ำร้อน

"ใจเย็น...หิ...เล่นรักกับเพศเดียวกันจนสมองฝ่อสินะ!!!!"

 

 

 

เปรี๊ยะ!!!

 

 

 

"ยุนโฮ๊!!!" แจจุงถึงกับตาค้างกับเหตุการณ์ที่ได้เห็นตรงหน้า

"...!!..." แรงตบถึงจะไม่แรงมากนะแต่ทำให้เธอเจ็บปวดไปถึงหัวใจ

"...ผะ ผมขอโทษ"

มือหนาพยายามรั่งร่างของหญิงสาวมาสวมกวดแทนคำขอโทษ

แต่อีกฝ่าย เบี่ยงตัวออกห่างจากท่อนแขนแข็งแกร่งนั่น

 

 

 

 

 

"อย่าเลย...เก็บคำขอโทษคุณไว้ เก็บเอาไว้โทษตัวเองแล้วกัน"

 

 

 

 

 

ช่วงเวลาเหมือนหยุดชะงักให้ยุนโฮตกอยู่ในห้วงความคิดตัวเอง

เขาควรวิ่งตามไปปรับความเข้าใจ...

เขาควรปล่อยให้แฟนตัวเองเดินจากไปแล้วความสัมพันธ์เป็นอันสิ้นสุด...

เขาควรอยู่ที่นี่เพราะร่องรอยพวกนั้น...บนร่างกายแจจุง???

เขาควร....

 

 

 

"ยุนโฮ"

น้ำเสียงแผ่วเบากับความเบาหวิวด้วยฝ่ามือบนแผ่นหลังกว้างเรียกสติเขาให้กลับมา

"ผมกลับก่อนแล้วกัน"

"ผม...ผมขอโทษ ผะ...ผม"

น้ำเสียงตะกุกตะกักผลุบหายเข้าไปในลำคอ

ยิ่งทำให้คนฟังเหมือนเป็นต้นเหตุให้คนร่างบาง

ต้องมาเจอกับเรื่องเลวร้าอยแบบนี้

"อย่าคิดมากน่ะ ...ผมไปก่อนนะ เรื่องโปรเจคเดี๋ยวผมจะเข้าบอร์ดวันจันทร์

ผมว่าคุณคงโชคดี อย่างน้อยก็กว่าวันนี้มั้ง"

รอยยิ้มจริงใจปรากฎเด่นชัดอยู่บนริมฝีปากหยัก

"ผม...ถ้ารุ่นพี่เจสสิก้าคิดว่าผมเอาโปรเจคพี่เค้าไป ก็ยกเครดิตให้พี่เขาเถอะครับ

ผมมาทีหลัง"

"อย่าคิดมากน่า มันไม่เหมือนกัน ผมกับเขาคุยเรื่องนี้กันมาก่อนก็จริง

แต่ของคุณมันดีกว่านะ ไม่ต้องคิดมาก ผมไปและ ไว้เจอกันที่แผนกพร้อมข่าวดี"

มือหนาประคองไผล่บางที่สั่นน้อย ๆ

คล้ายกับจะปลอบใจว่าไม่มีอะไรมาก อย่ากังวลไปเลย

"เลือดไหลอะ ครับ"

นิ้วเรียบทาบลงบนมุมปากอย่างแผ่วเบาให้ผิวเนื้อซับรอยเลือด

ให้จางจากรอยแผลแตก ความร้อนผ่านปลายนิ้วมือปะทะความเจ็บปวด

จนเกิดเป็นความรู้สึกแปลกใหม่จนคนถูกสัมผัสต้องยืนแข็งแกร่งตัว

ไม่ให้กระดุกตระดิกไปไหน

"??"

"เอ่อ...ขอบคุณ ...หน้าคุณ..."

"ไปเคลียร์เรื่องของคุณสองคนก่อนดีกว่าครับ..."

แจจุงเบี่ยงตัวหนีสัมผัสที่คาดว่าอ่อนโยนบนฝ่ามือนั่น

 

 

 

 

 

ไม่อยากคิดไกล...

ทุกอย่างต้องรู้จักลิมิต...เดินสายกลาง...แล้วจะไม่เจ็บปวด

 

 

 

 

 

"ไปนะ แล้วเจอกัน"

.

.

 

 

คลิ๊ก!! เสียงประตูแนบสนิทรับระบบคีย์การ์ด ทุกระบบนิ่งสนิทยกเว้น...

"อะ..ฮะ..ฮ่ะ...ฮ่า..."

 

 

 

'ฉันเกลียด!!! เกลียดแก'

"หึ...รุ่นพี่ครับใครใช้ให้พี่รักผมไม่ทราบ"

มือเรียวถอดเสื้อเชิ้ตประกอบฉากออก ทายาบาง ๆ บนรอยช้ำสีแดงตามแผงอก

บรรเทาอาการอักเสบของผิวหนัง

รู้สึกพอใจกับรอยบิดเนื้อตัวเองถึงจะเจ็บแต่มันก็สุดคุ้ม...

อยากให้เข้ามาดูอุปกรณ์ ประกอบฉากชิ้นต่อไปจัง

 

 

 

เสียดาย...

 

 

 

อุตส่าห์รื้อผ้าคลุมเตียง จัดร่องรอยการนอน

จนสภาพเหมือนผ่านศึกรักชิงสวาทมาร่วมค่อนคืน

แต่กลับไม่ได้ใช้...

 

 

 

 

 

แจจุงนั่งทรุดตัวอยู่ปลายเตียง

เอียงคอมมองตรงไปข้างหน้าไร้การจัดจดต่อสิ่งใดเป็นพิเศษ

เขากำลังคิด...

 

 

 

หลักฐานชิ้นสำคัญ...โครงการนั่นจะทำยังไงให้เป็นของเขาโดยสมบูรณ์!!!

 

 

 

*

*

*

 

 

"ยินดีด้วยครับแจจุง พวกเร๊าตบมือรับขวัญหัวหน้าคนใหม่หน่อย...

คนทั้งฮอลเล็ก ๆ ในที่ทำงานเดิมต่างแสดงความยินดีกับอดีตเพื่อนร่วมงาน

ในตำแหน่งใหม่

หัวหน้ากลุ่มของพนักงานยังคงพูดเจื้อยแจ้วต่อไป

"เห็นไม่เท่าไหร่มาเป็นหัวหน้าเสียและ แต่แจจุงเป็นก็ดี ผู้หญิงคนนั้นแปลก ๆ

ทำงานด้วยแล้วมันเกร็ง ๆ ยังไงไม่รู้"

"ขอบคุณครับ...อย่าไปพูดถึงเขาแบบนั้นเลยครับเรามาเริ่มงานของเราดีกว่า...อะแฮ่ม

ทำงานครับทำงาน!!!"

"โห้ววว...นิจะไม่ฉลองกันหน่อยหรอ ว้า...หัวหน้าบ้างานอีกคนแล้ว!!"

"ฮ่ะ...ฮ่า"

 

 

 

 

 

ต้องทำงานสิ...ต้องทำลายหลักฐานของผู้หญิงคนนั้นให้หมด

 

 

 

หนึ่งอาทิตย์ของการเปลี่ยนตำแหน่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว

เขาจัดการคัดลอกเอกสารทุกแฟ้ม ตั้งใจอ่านตั้งใจจับผิดทุกถ้อยคำ

ปรับเปลี่ยนรูปแบบประโยคให้เข้าใจง่