Title: CALL ME
Author: flying_birth
Rating: NC
Genre: EROTICA DRAMA : Mystery & Thrillers
Length: Series Fiction
Status: Preview Complete
Paring: Yun-Jae : Mic-Xiah
Summary: การรอคอยที่มั่นคง รอการกลับมา รอการเคียงคู่คลอเคลียกับคนรัก...
การว่ายเวียนหมุนวนไปตามกฎแห่งกรรม จุติ เจ็บป่วย ดับสูญ...
จะเรียกความสุขหรือความทุกข์บางครั้งหัวใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยรักก็ไม่อาจแยกแยะได้
=================================
ยูโนว์องค์ราชันย์ ผู้สูงส่งทรงพระสิริโฉมงดงาม รูปองค์สูงสง่าสมสัดส่วน
องค์กษัตริย์คู่บุญในระบบกษัตราธิปไธย ผู้ที่แคว้นน้อยใหญ่ต่างนอบน้อมยอมศิโรราบ
เป็นประเทศราชและข้าบ้านรองเมืองเชิดชูอำนาจให้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรในทิศนี้
“หากวันหนึ่ง ข้าสามารถอยู่เหนือฟ้า...เจ้าจะอยู่เคียงข้างข้าเหมือนวันนี้ใช่หรือไม่”
ร่างบอบบางสวมชุดทรงสีขาวกระจ่างความยาวคลุมตั้งแต่กระหม่อมจรดปลายเท้า
ผมสีดำขลับดุจนิลมนียาวเหยียดตรงถึงกลางหลังภายใต้ชุดทรงนั่น
ผ้าคลุมหน้าเนื้อบางเบาปิดซ่อนใบหน้าหวานงามชดช้อยไม่ต่างจากท่วงท่ากิริยา
เหล่าขุนนางและข้าราชบริพาร รวมไปถึงทั่วไพร่ฟ้า ล้วนเรียกขานนามบุคคลแห่งฟ้าว่า
...“ฮีโร่” ...
“กระหม่อมคือคนของฟ้า เมื่อฝ่าบาทอยู่เหนือฟ้า...
คงไม่มีที่ไหนที่กระหม่อมจะยืนได้นอกจากแทบเท้าฝ่าพระบาท”
“ข้าอยากให้เจ้าอยู่เคียงข้างไม่ได้อยากให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าเหมือนเช่นนางกำนัลเหล่านั้น”
“เป็นพระกรุณายิ่งแล้วเกล้ากระหม่อม”
=================================
เสียงเพลงออ คลอเคลีย เรียดสายลม
ความโหยหา กรีดคม บ่มเกลียวคลื่น
สาดสาย แรงรัก กระเซ็นซัด ทุกค่ำคืน
ร้อนรน จนต้องตื่น ฝืนกายา
กายสั่น สัมผัสชื้น ด้วยอากาศ
แต่ไม่อาจ ฝืนเดินกลับ ความห่วงหา
สายลมรัก ล้อมอุ่นชุ่ม ดุจน้ำตา
เทพยาดา หรืออสูร ร่ายกลลวง
เสกมนต์ตรา ปลุกกายจิต ให้มอดไหม้
จนคลั่งไคล้ ใหลหลง ไม่ขาดช่วง
แสบร้อนกาย เกินโรคร้าย ภัยทั้งปวง
เจ็บเหมือนบ่วง คอยบีบรัด เจียนขาดใจ
.
.
“มะ...มันมาแล้วว มะ...มันมาแล้ว!!!
“...!...”
“กลัว...กลั๊ว เอาไปเอาไป เอาคืนไป๊ มะ...ไม่ กลัว กลัวแล้วว”
“...?...”
ชายหนุ่มหันกลับไปมองชายชราด้วยความงุงงง
ดวงตาคมจับจ้องภาพคนแก่ที่วิ่งหนีตัวเองไปอย่างรวดเร็วจนลับสายตา
ฉับพลันมโนภาพในสมองฉุกให้คิด
หลังผ่านเหตุการณ์ประหลาดเพียงไม่กี่นาที
ถ้ามองไม่ผิดเขาได้สบนัยต์ตากับชายชราคนนั้น
เพียงชั่วครู่ความหวาดกลัวที่มองเห็น
ความยำเกรงที่สัมผัสได้...
ประโยคที่ดังรอดมาจากริมฝีปากซีดจางนั่นมันเกิดขึ้นเมื่อเห็นหน้าของเขา
มือเรียวเกาะกุมที่ต้นแขนบีบเบา ๆ เรียกสติฟุ้งซ่านให้กลับมาสู่ปัจจุบัน
“คุณชาย...”
“อ่ะ...หางเสือ กับเสาเรือเสียหายมากหรือเปล่ามิคกี้”
“พอสมควรครับ แต่คงพอเยี่ยวยาได้ ใกล้จะถึงมาเธอร์แลนด์แล้วด้วย
ผมว่าซ่อมแซมก็น่าจะเอาอยู่”
“นึกถึงเมื่อคืนสิ ยังกับทะเลพิโรธ ทำให้มันแน่นหนาไปเลย
ฉันอยากกลับบ้านจะแย่อยู่แล้ว และก็อยากกลับพร้อมอวัยวะ
ครบสามสิบสองส่วนด้วย”
“หึ...ครับ...รับทราบ ผมจะให้แรงงานรีบจัดการโดยด่วน”
ช่วงไหล่ตั้งแผ่นหลังกว้างค่อย ๆ เดินหายเข้าไปในกลุ่มคนที่เดินกันขวักไขว่ตรงท่าเทียบเรือ
ที่มองไปทางไหนก็สร้างแต่ความแปลกประหลาดใจ
...ผิดปกติ...
แต่อะไรที่ทำให้คิดว่าผิดปกติ ... ยังไม่รู้
หลังจากเรือกลผ่าห่าพายุอย่างหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา
สภาพเครื่องจักรและตัวเรือบึกบึนของเรือกลเดินสมุทร
ไม่ได้บอบช้ำมากนักจนล่องต่อไปไม่ได้ แต่ก็ไม่สามารถดันทุรังให้แล่นต่อไปไหว
โดยที่ไม่ตรวจสภาพให้เรียบร้อย
ชายหนุ่มยังจำแรงพายุที่โหมกระหน่ำได้ดีไม่มีเลือน
กระแสคลื่นเหวี่ยงจนเรือเหล็กกล้าต้องโคลง
กระแสลมแรงพัดโหมเหมือนจะหอบเรือทั้งลำทะยานไปสู่ท้องฟ้าสีมืดในยามค่ำคืน
และที่สำคัญ ความรู้สึกของเขาเองต่อพายุกลางทะเลในครั้งนี้
...เจ็บปวด แสบร้อนไปทั่วทั้งตัว...ร้อน...ร้อนเหมือนเปลวไฟเผาเขาให้ตายทั้งเป็น...
“แปลกจัง...ทำไมบ้านเมืองนี้มันเงียบเหงาวังเวงเหลือเกิน”
Listen…
Hear!
The wind is bemoaning…
The ocean is torturing…
The air is pulverizing…
........I’ll return.....
ฟังสิ . . .
ได้ยินใช่ไหม๊. . .
สายลมร้องครวญคราง
มหาสมุทรกำลังทุกข์ทนทรมาน
อากาศธาตุจวนแหลกสลายพ่ายแรงรุกราน
. . . . ข้า กำลัง จะ กลับ มา . . . .
สองเท้าก้าวเดินตามทางยาวไปเรื่อย ๆ ยิ่งก้าวก็ยิ่งห่างไกลจากความวุ่นวาย
ยิ่งไกลออกไปก็ยิ่งอ้างว้างเดียวดาย ที่หน้าแปลกยิ่งกว่าคือยิ่งเดินกลับยิ่งอ่อนล้า
นี่ตัวเขาเองอ่อนกำลังแม้แต่กับการก้าวขาออกเดินทีละก้าว ๆ อย่างนี้เชียวหรือ
เรี่ยวแรงที่เคยมีค่อย ๆ มลายหายไปช้า ๆ
คนร่างกายแข็งแรงอย่างเขาอ่อนเปลี้ยเสียกำลังอย่างไม่รู้สาเหตุ
ความปวดร้าวแล่นริ้วตรงมายังหน้าอกด้านซ้ายอย่างรวดเร็วจนมือหนาต้องบีบกด
เกาะกุมหน้าอกไว้คล้ายปลอบประโลมไม่ให้ความเจ็บปวดทำร้ายเขามากไปกว่านี้
ความปวดแสบร้อนเริ่มกลับมาทำร้ายผิวกายเขาอีกครั้ง
ร่างหนาทรุดตัวอยู่ในท่าคุกเข่าลงกับพื้น
ร่างกายเริ่มสั่นเทิ้มด้วยความเจ็บปวด
ลำตัวโค้งงอต่อต้านการประทุษร้ายที่ไม่รู้ผู้ใดเป็นคนทำ...
ผืนแผ่นดินแปรเปลี่ยนสภาพเป็นห้องโถ่งกว้างโอ่อ่า…คุ้นตาเหลือเกิน
ลำขายาวก้าวช้า ๆ ตรงไปยังบัลลังก์ที่ประทับ
ชายหนุ่มนั่งลงช้า ๆ ค่อย ๆ ซึมซับความคุ้นเคยที่ห่างล้างมาเนิ่นนาน
บัลลังก์ที่ทั้งสุขและทุกข์ ทรงพลังอันยิ่งใหญ่ฮึกเหิม แต่อ้างว้างเดียวดาย
บัลลังก์...ความรัก...การสูญเสีย...
“ยินดีต้อนรับ องค์ราชันย์ ข้ารอคอยท่านมานานแสนนาน”
“...!!??...”
“องค์ราชันย์ โปรดปลดปล่อยตัวข้าน้อย ทาสผู้ด้อยค่าต่ำต้อยด้วยการรับของสิ่งนี้เถิด”
กล่องกำมะหยี่สีแดงเลือดถูกส่งออกมาจากมือสั่นเทาของชายชราคนเดิม
ที่เจอตรงท่าเทียบเรือ ชายแก่หมอบตัวติดพื้นหินอ่อนสีเทาดำแนบสนิท
จนแทบแทรกตัวลงสู่พื้นพสุธา
ชายหนุ่มรับขึ้นมาแล้วเปิดออก ลำแสงวับวาวตกกระทบสบนัยต์ตาพอดิบพอดี
เขาเลือกแหวนเกลี้ยงวงเคียงกันออกมาสวมไว้ที่นิ้วนางด้านซ้าย
น่าแปลกใจนักขนาดพอเหมาะพอดีจนน่าตกใจ...
ทันทีที่สวมใส่..ท้องฟ้าแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด
เสียงลมกันโชกแรงจนลำแสงจากแรงเทียนดับวูบ
ลุกโชติช่วง ด้วยรัก และเจ็บปวด
ปรารถนา ร้าวรวด เจ็บปวดร้าว
เปลวเพลิงแสด สีส้มสด ลุกแพรวพราว
แผดเผากร้าว ดุดันกวาด ล้างบางเมือง
พลเมือง ต่างคิดหนี ชีวีรอด
บ้างก็มอด มรณา คาคุ่มเหมือง
สมดั่งมาด มุ่งอาฆาต ความรุ่งเรือง
พาจิตเสื่อม ฆ่าคนรัก ด้วยไฟกัลป์
หาจังหวะ ตนไม่อยู่ ลวงหลอกล่อ
ผูกมัดคอ แขนตัวเท้า ป่าวเดียดฉันท์
เดรัจฉาน ยังรู้รัก ชีวิตมัน
เอ็งใครกัน ชั่งบังอาจ เผาคนกู
ต่อแต่นี้ ด้วยความสัตย์ จักสาบาน
ให้วายปราณ ม้วยชีวัน ไม่หนีหาย
จะอาฆาต พยาบาท จนตัวตาย
สูญสลาย เป็นอสูร จะไม่ลืม...
“ฮีโร่ ! ไม่นะ....ฮีโรรรรรว”
.
.
หากวันใดกษัตริย์อยู่เหนือฟ้า
เมื่อนั้นก็คือจุดจบของตัวข้า...
หากท่านรู้ความจริงนี้แล้วไซร้
ยังอยากยิ่งใหญ่เหนือผู้สร้างอีกหรือไม่?
.
.
ประเทศชาติสงบสุขมั่นคง ประชาชนมั่งคั่งด้วยทรัพย์สินและสติปัญญา
นักปรัชญาเริ่มเสาะแสวงหาความสุขทางใจ
ไม่เว้นแม้แต่บุคคลผู้ยิ่งใหญ่...
ใครหน้าไหนกันที่จะปฏิเสธการเสพสุขแห่งรัก
มือนี้
ร่างกายนี้
การกลั่นกรองรสสวาทแห่งรักของร่างกายนี้
กี่ร้อยกี่พันครั้งก็ตักตวงไม่รู้จักพอ
แนบชิด
เบียดบดเคล้าคลอเคลีย
สนิทแนบแค่ไหนกลับให้ความรู้สึกไม่สุดถึงแกนใน
อยากจะแทรกลึก
ซึมซับ
และตักตวง
ความรัญจวนจนร่างกายสุดทนไหว
เพียงแค่คิดถึง
เพียงแค่เห็นเงา
เพียงแค่ได้กลิ่นกายกำจาย
ความอดกลั้น เก็บกด ก็พลันสลาย
อยาก...
ต้องการ...
จะกระทำ...
ร่างกายแห่งฟ้านั่นให้อ่อนละทวย ร้องครางสัพเสียงสวย ๆ
ใต้ร่างเขาเหมือนเช่นทุกครา....
รัก...ลุ่มหลง...เสพสม...
คนหรือเทพก็ไม่อาจทัดทานสิ่งเสพติดที่เรียกว่า "ความสุข"
.
.
ตัวข้านี้จะต้องยิ่งใหญ่
เหนือบุคคล
หรือ
ชนชาติใด
เพื่อจักได้ครอบครองคนแห่งฟ้าให้สมเกียรติและศักดิ์ศรี
.
.
TBC...
สนใจสั่งจองส่งเมลล์เพื่อขอรับรายละเอียดได้ที่ flying_birth44@hotmail.com
edit @ 15 Jun 2008 14:16:24 by ^^FlyingBirth^^