2008/Sep/16

user posted image

 

 

Title: Love Promises 
Author: flying_birth
Rating: R
Genre: Suiside  Length: SF
Status: complete
Paring: YunJae

“หลับสบายดีใช่มั้ยยุนโฮ นอนในนั้นคงอุ่นพิลึกเถอะให้ตาย!”
มือเรียวทาบวางบนแผ่นหินคุ้นตาเรียวปากสีละมุนคลี่ยิ้มอ่อนโยน
นัยน์ตาประกายสดใสหล่อชื้นไปด้วยม่านน้ำตา...ปาร์ค ยูชอน...
เพื่อนสนิทในวงการเดินเข้ามายังสุสานของเพื่อนและคนรัก
ที่นอนสวมกอดกันอย่างเป็นสุข ณ ที่นี่เป็นประจำทุกปี
ในมือยังคงถือสมุดปกหนาสีม่วงเข้มเล่มเดิม
กุหลาบสีขาวช่อใหญ่ถูกวางไว้หน้าสลักหิน
มงกุฎดอกกุหลาบขาวคู่กันกับช่อดอกไม้ใหญ่
ถูกคล้องไว้ที่รูปปั้นไม้กางเขนสัญลักษณ์แห่งความสุขสงบหน้าหลุมศพ
คำกล่าวแบบเดิมๆ ค่อยๆ ดังแทรกความเงียบเหงาชวนวังเวงในสุสานอีกครั้ง
คำขานแห่งรักกลับมาขับกล่อมสรรพสิ่งที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นเป็นศักดิ์ขีพยาน


ผู้คนและแฟนคลับยังทยอยมาร่วมไว้อาลัยรักแก่ศิลปินผู้นี้ จอง ยุนโฮ
ถึงเหตุการณ์นี้จะผ่านมาแล้วหลายปี
แต่ผลงานชิ้นสุดท้ายที่ฝากไว้ยังตราตรึงไม่รู้คลาย
และทุกปีเพื่อนสนิทคนนี้ยังคงเปล่งถ้อยคำบนสมุดบันทึกด้วยน้ำเสียงชวนฟัง


ผมไม่เคยเชื่อพรมลิขิต…จนผมได้เจอกันตัวเอง
ผมไม่เคยเชื่อในพลังแห่งรัก…ก็ต่อเมื่อผมได้ศรัทธาความรัก
ผมเชื่อเพียง...ตัวผม...ตัวผม...และตัวผม
ปีนี้เป็นปีที่ดีและเป็นปีที่เลว
ผมได้รางวัลมากมายจากงานประกาศผลรางวัลตอนสิ้นปี
แต่คนที่ผมรัก ผ่อนลมหายใจเบาลงๆ
มีคนเห็นผมเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลเป็นว่าเล่น
ทำให้เกิดหัวข้อบนอินเตอร์เน็ตมากมายในเว็บไซท์แฟนคลับ
ผมไม่คิดที่จะแก้ข่าวอันใด...
หลายคนอาจจะบอกว่าผมเช็คเรทติ้งตัวเอง
ถ้าใช่...
แล้วไง...
ผมกลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่จะออกมาแก้ข่าว
จะให้บอกว่าคนรักผมกำลังจะตาย...อย่างนี้หรือ
บริษัทคงคาดโทษผม
จนไม่ได้ผุดต้องเกิดเป็นนักร้องและนักแสดงยอดนิยมแน่ ๆ
ผมยังรักความก้าวหน้าและอาชีพการงาน
แต่...ก็ปล่อยความตายให้พรากชีวิตคนรักไปไม่ได้
ผมหมกมุ่นอยู่กับอาการป่วยของเขาตลอด 24 ชั่วโมง
เข้าห้องสมุดค้นคว้าหาความรู้เรื่องโรคที่ผมไม่เคยสนใจ
เข้าหาแพทย์เฉพาะทางที่เก่งที่สุดเพื่อจะรักษาเขา
แต่คำตอบที่ได้...

‘ผมจะพยายามเต็มที่’
‘ผมจะพยายามอย่างสุดความสามารถ’

ทั้งหมดคือความพยายามของผมอย่างนั้นหรือ...
ในเมื่อวิทยาศาสตร์ช่วยผมไม่ได้
ผมเริ่มศึกษาสิ่งเหนือธรรมชาติ
อำนาจลึกลับที่สามารถรักษาโรคร้ายให้หายได้
ถึงผมจะไม่เชื่อ
แต่ผมอยากจะเปิดโอกาสให้ตัวเองรับรู้วิทยาการแนวใหม่ๆ ดูบ้าง
แต่ท้ายที่สุดแล้วอาการของเขาก็ไม่ดีขึ้น ได้แต่ทรงตัว

ผมพาเขากลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้งหลังจากจบทัวคอนเสิร์ตปลายปี
และฉลองปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องแรกของผม ‘Love Promises’
หนังรักที่จะตรึงตาตรึงใจผู้คนไปอีกนานแสนนาน ผมหวังให้เป็นเช่นนั้น...
เหมือนคำอ้างที่ผู้กำกับชักชวนให้ผมเล่นเป็นตัวเอก
ภาพยนตร์เล่าเรื่องการสูญเสียคนรักจากโรคร้ายที่ไม่มีทางรักษา
เหมาะกับตัวผมจริง ๆ
ผมขอถ่ายทอดชีวิตตัวเองลงบนแผ่นฟิล์มเรื่องแรกและอาจเป็นเรื่องสุดท้าย...อาจจะนะ
เพราะถ้าผมเล่นไม่ดีคงไม่มีคนจ้าง ค่าตัวผมก็ไม่น้อยเสียด้วย
เหตุการณ์ทั้งหมดที่เหล่าบรรดาแฟนคลับทั้งถ่ายภาพทั้งบันทึกแคม
และยังเหล่าปาปารัชซี่ตามถ่ายเอาไว้
ถูกนำมาเชื่อมโยงเข้ากับการแสดงของผมในเรื่องนี้ได้พอดิบพอดี
ผมคลายโทษของตัวเองที่ทำผิดกฎบริษัทได้อย่างสวยงาม


ภาระหน้าที่ผมเสร็จสิ้นลงแล้ว
ตอนนี้ผมขออยู่กับโลกส่วนตัวที่มีเพียงแค่คนสองคน


ผมตักตวงช่วงเวลาที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด
ผมต้องปรับตัวหลายอย่างแม้กระทั้งบทรัก...
ขาดเซ็กส์ก็คงไม่ตายเหรอ แต่ถ้าไม่มีคนรัก...ผมคง


เราอยู่ด้วยกันมากขึ้นกว่าเดิม
ผมเริ่มเข้าไปอยู่ในโลกของเขามากขึ้น
รู้หลายอย่างที่ไม่เคยรู้...
รู้ว่าเขาชอบทำอาหาร แต่ไม่ชอบทำความสะอาด
ไม่เป็นไรผมยอมเป็นพ่อบ้านให้ได้
รู้ว่าเขาชอบการเรียนรู้ อยากทำโน่นทำนี้อยู่บ่อยครั้ง
แต่ไม่ชอบลงมือทำ?
ไม่เป็นไรผมจะยอมเป็นหนูทดลองทำมันก่อน
แล้วมาเล่าให้เขาฟังก็ได้
แล้วก็…
เขาเป็นคนเอาแต่ใจ...มากกว่าเดิม
ไม่เป็นไรผมจะตามใจเขาเองจะทำให้เสียคนไปเลย
เพราะเราก็มีกันอยู่สองคนอยู่แล้ว
คนรักคนเดียวผมเลี้ยงได้...สบายมาก

เราอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขสองอาทิตย์เต็ม ๆ
แล้ว...
ผมต้องย้ายเขาไปอยู่โรงพยาบาลด้วยอาการติดเชื้อรุนแรง
จังหวะเดียวกับการเปิดตัวภาพยนตร์รอบสื่อมวลชนและ
เป็นรอบปฐมทัศน์ของผู้ชมด้วย
ผมจำต้องยอมกลับเข้ามาอยู่ในหน้าที่อีกครั้ง


หนังเรียกน้ำตาแห่งปี...
เรื่องจริงของผมที่กำลังถูกถ่ายทอดให้คนนับล้านได้ดู

ปิดท้ายของงาน…
ด้วยการสัมภาษณ์กึ่งส่วนตัวกับนิตยสารภายนตร์ชื่อดัง
ระดับโลกที่ประเทศเราซื้อแฟรนไซน์มาแปลเป็นภาษาเกาหลี
และที่ไม่ธรรมดาคือบทสัมภาษณ์สดที่เปิดให้ผู้เข้าชมภาพยนตร์
ได้ดูและได้ฟังทุกๆ คำถามคำตอบ ผ่านจอภาพขนาดใหญ่ในโรงภาพยนตร์
ผมและผู้ขอสัมภาษณ์น้ำตาร่วงไปหลายหน
ผมไม่ได้แสร้งทำ ผมร้องจริง...
พูดจากใจจริงมากที่สุดเท่าที่เคยให้สัมภาษณ์มา
ผมพูดถึงตัวจริงของผมผ่านตัวละครที่ผมสวมบทบาท
แน่นอน...ทุกอย่างสร้างความประทับใจของสื่อที่เข้าร่วมงานวันนี้
และพรุ่งนี้...ผมจะดังเป็นพลุแตก!


แต่สำหรับผมแล้วไม่มีวันพรุ่งนี้...
คนรักจากผมไปอย่างสงบ หลังจากผมจบการสัมพาษณ์...


ทุกคนทราบดีหลังจากจบการสัมพาษณ์ยุนโฮหายตัวออกจากงานไปอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะมัวแต่ชื่นชมกับภาพยนตร์ที่จบลงได้อย่างประทับใจ
ทุกคนก็ได้รับข่าวที่น่าสลดใจอีกครั้ง...
เมื่อนักร้องนักแสดงอนาคตไกลจบชีวิตตนเองพร้อมคนรักที่บ้านพักตากอากาศ
ไม่มีใครรู้รายละเอียดการเสียชีวิต
ไม่มีใครรู้ว่าคนรักที่เจ้าตัวยอมแลกอนาคตที่สดใสคือใคร
เรื่องราวส่วนตัวถูกขุดคุ้ยจากสื่อทุกสำนักพิมพ์ถึงสาเหตุการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน
ทั้งยุนโฮ และคนรักของเขา ที่ทางต้นสังกัดไม่ยอมเปิดเผยว่าคือใคร
ทุกข่าวคราวเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตของ จอง ยุนโฮ
ไม่มีเรื่องใดนอกจากการใช้ชีวิตอยู่กับคนรักที่กำลังจะหมดลมหายใจ

ปิดฉากความสงสัยใคร่รู้ได้อย่างเศร้าสลดและเต็มตื้นของความรัก


ปาร์ค ยูชอนยืนสงบนิ่ง
มองดอกกุหลาบสีขาวที่คนเข้าร่วมงานรำลึกวางไว้ที่หน้าหลุมศพจนดอกสุดท้าย
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ขับร้องบทเพลงประกอบภาพยนตร์ The Promises ของเพื่อนรัก
พร้อม ๆ กับผู้มาร่วมงาน น้ำตาแห่งความเต็มตื้นหลั่งไหลไม่ขาดระยะจนจบบทเพลง


ทุกคนพร้อมใจเป็นพยานรักให้กับ จอง ยุนโฮ ทุกปี...และทุกๆ ปี

 

 

* * * * * * * * *

 

“เฮ้อ...ทำไมฉันต้องมาเหนื่อยเพื่อแกด้วยวะ”


ยูชอนดับเรื่องยนต์รถสปร์อตยี่ห้อดังพร้อมกับเอี้ยวตัวไปหอบกุหลาบสีขาว
หลายร้อยดอกที่วางอยู่ด้านที่นั่งข้างคนขับ
ทุกปีตั้งแต่การเสียชีวิตของเพื่อนรักเขาต้องกลับมาที่บ้านพักต่างอากาศ
ที่อบอวนไปด้วยความโศกสลดหลังนี้ ปีละครั้งในวันที่เจ้าของบ้านลาจากโลกนี้ไปแล้ว
กุหลาบหลายร้อยดอกที่เหี่ยวเฉาคาแจกันจากปีก่อน
จะถูกยูชอนเปลี่ยนใหม่หมดคืนความสดชื่นให้กับตัวบ้านแม้แต่คนเปลี่ยนเองก็ดูมีความสุข

“ไม่รู้แกเล่นคุณไสยอะไรว่ะยุนโฮ ทำให้ฉันต้องมาทำธุระไม่ใช่ให้แกทุกปี ๆ”

มือเรียวบรรจงบรรเลงเพลงรัก “The Promise” บนเปียโนสีขาว
ฉลองความรักให้กับเพื่อนพร้อมคนรักที่ลาลับไป
ทุกตัวโน๊ตซาบซึ้งกินใจจนคนบรรเลงถึงกับน้ำตาร่วงไม่ขาดสายจนจบโน้ตตัวสุดท้าย

ความนุ่มเนียนประทับซับรอยน้ำตาทั้งสองข้างของผู้ชายอ่อนไหวอย่างช้า ๆ
คนได้รับสัมผัสนุ่มนวลถึงกับยิ้มรับเต็มใจ
มือเรียวประคองดวงหน้าเกลี้ยงเกลาสดใสกดจูบแผ่วเบาบนปลายจมูก
ชวนหยอกเล่นเช่นทุกครั้งจูบอย่างรักใคร่และเอ็นดู ไม่รุกร้ำเกินเลย

“มานานแล้วหรือ...ทิ้งให้ผมทำความสะอาดอยู่คนเดียว เหงารู้มั้ย”
“ก็ไปทำหน้าที่บาทหลวงให้เพื่อนรักกับพี่ชายคุณมาไง”
“ผมเจออะไรรู้มั้ยยูชอน”
“หือ?”

มือเล็กหยิบกระดาษยับยู่ยี่ออกมา
ทั้งยูชอนและจุนซูกวาดตาอ่านตัวหนังสือบนกระดาษไปพร้อมกัน


ถึง ยุนโฮ...

ผมไม่รู้ว่ากว่าคุณจะอ่านเจอเศษกระดาษแผ่นนี้เมื่อไหร่
ผมวางไว้ในที่ที่คุณนึกไม่ถึงเชียวนะ แต่ถ้าคุณอ่านเจอหรือหามันพบ
ได้โปรด...
อย่าร้องไห้
อย่าเสียใจ
และอย่าเสียดายการจากไปของผม
เราสองคนมีช่วงเวลาที่ผมของบอกว่า
“ดีที่สุดที่ผมได้มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้”
ตอนเราตัดสินใจคบกันใหม่ ๆ
จำได้หรือเปล่าผมน่ะแกล้งคุณสารพัด
ทำสำออยเรียกร้องความสนใจมั่ง
แกล้งป่วยให้คุณมาอยู่ใกล้ ๆ ทั้งที่คุณเองก็มีโชว์เคส งานโชว์ตัวก็ยุ่ง
ผมทำให้ต้องวุ่นวายกันยกใหญ่
ผมน่ะเอาแต่ใจ...คุณเองก็รู้ใช่มั้ยยุนโฮ
แต่ก็ตามใจผมอยู่เรื่อย จนผมได้ใจแล้วรู้ไหม

ผมรักคุณนะ...
แม้ผมจะไม่เคยบอกใคร
แต่...ผมรักคุณมากนะ
คุณรู้ใช่ไหม
ทุกการกระทำทุกการแสดงออกคุณรู้ใช่ไหม
ที่ทำเพราะรัก
ผมเอาแต่ใจเพราะเรียกร้องความรักจากยุนโฮ
ทั้งที่รู้ดีว่าคุณน่ะรักผมมากขนาดไหน
ปกป้องผมทุกอย่าง เพื่อให้ชีวิตของผมอยู่อย่างคนธรรมดามากที่สุด
ไม่มีแฟนคลับ ไม่มีนักข่าวมาตามตื้อ ไม่ให้ผมเจอเรื่องร้าย ๆ
เพราะความรักของเราคือสิ่งที่อ่อนไหวและล่อแหลมต่อสังคม
ผมซาบซึ้ง ผมรักคุณจนหมดหัวใจ
แต่...ตัวผมเองกลับต้องมาทำให้คุณต้องเสียใจครั้งแล้วครั้งเล่า
ผมเสียใจนะเสียใจมากที่ผมไม่อาจบอกรักคุณให้มากกว่านี้ได้อีกแล้ว
แต่ไม่อยากให้คุณต้องเสียใจเพราะผมอีก
ผมทำให้ต้องเหนื่อย
ผมทำให้ต้องท้อใจ
ผมทำให้ต้องเสียใจ
พอเถอะนะผมขอร้อง
ผมขอรับมันไว้เองทั้งหมด
ขอเจ็บปวดคนเดียวให้ผมเอาความเจ็บปวดนี้ไปพร้อมกับผม
ยุนโฮ รับปากผมนะจากนี้ไปคุณต้องมีความสุข

ผมเองจะอยู่ข้างๆ คุณ
ถึงเราจะสัมผัสกันไม่ได้ แต่เราคิดถึงกันได้เสมอ

รับปากผมแล้วนะ...
อยู่ต่อไปอย่างมีความสุข
อยู่ต่อไปเพื่อผมจะได้อยู่ข้างคุณตลอดไป

แจจุง


“บะ...บ้ากันไปแล้ว!!”

ยูชอนตะโกนร้องออกมาอย่างขาดสติ
น้ำหูน้ำตาไหลพรากลำตัวสูงโปร่งสั่นเทางอคู้อย่างคนจับไข้
จุนซูตกใจกับอาการที่เปลี่ยนไปของยูชอนเพียงชั่วครู่
แล้วก็รีบตรงเข้าโอบกอดร่างสั่นสะท้านไว้เมื่อตั้งสติได้

เขารู้ดีว่าหลังจากยุนโฮอ่านเจอจดหมายนี้จบแล้วเกิดอะไรขึ้น
ภาพวันนั้น...
ยังติดตามาจนถึงทุกวันนี้

สายของวันที่เกิดเหตุ
เขาขับรถตามเพื่อนรักไปยังโรงพยาบาล
เมื่อรู้ว่ายุนโฮ รับศพคนรักออกมาแล้วเขารีบตามมายังที่นี่
‘เรือนรักสีขาว’
ที่เจ้าตัวภูมิใจหนักหนา
ตอนแรกจะมาบอกข่าวดีที่นิตยสารให้สัมพาษณ์หลังรอบฉายปฐมทัศน์
ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่ถึงห้านาที
และยอดคนจองที่นั่งในโรงภาพยนตร์ถูกจองเต็มทุกที่นั่งทุกรอบที่เปิดฉายตลอดสามวัน

แต่ในตอนนั้นใจของเขาเต้นระทึกกลัวเพื่อนรักจะทำอะไรงี่เง่าลงไปโดยไม่ทันคิด
...แล้วมันก็จริง...


เมื่อยูชอนวิ่งตรงเข้าไปในบ้านไม่เจอทั้งยุนโฮทั้งร่างของแจจุง
นี่มันอาจสายเกินไปแล้วเพราะยุนโฮรับศพแจจุงออกมาตั้งแต่คืนเมื่อวาน
 เขาได้แต่ภาวนาว่าทุกอย่างเป็นเพียงสมองของเขาจินตภาพไปเอง

ภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้ยูชอนถึงกับทรุดตัวลงบนพื้นทราย
ร่างไร้วิญญาณของคนทั้งคู่นอนกอดกันแนบแน่น
กลีบดอกกุหลาบสีขาวลอยพริ้วไหวตามแรงน้ำที่กระเซ็นซัดเข้ามายังฝั่ง
ร่างทั้งสองคนเต็มไปด้วยกลีบกุหลาบขาวเกาะตามเสื้อผ้าและผิวกาย
นิ้วมือคนทั้งคู่สอดประสานกันแนบสนิท
ในอุ้มมือนั้นมีกุหลาบสีขาวหนึ่งดอกแทรกระหว่างมือของพวกเขา

น้ำทะเลคงซัดร่างไร้วิญญาณของพวกเขาเข้าฝั่งมาเมื่อเช้า
ยุนโฮยังสวมชุดเหมือนที่ตอนไปร่วมงานปฐมทัศน์
แจจุงอยู่ในชุดนำแฟชั่นเหมือนตอนที่เจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่

ยูชอนโทรรายงานการเสียชีวิตของยุนโฮให้ผู้จัดการส่วนตัวทราบ
คนของสังกัดมาถึงสถานที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็ถูกจัดฉากไม่มีช่องโหว่ให้สื่อขี้สงสัยได้ขุดคุ้ย
เงินจำนวนไม่น้อยถูกใช้เป็นค่าปิดปากแต่ก็ยังมีบางคนอยากขายข่าว
จนต้นสังกัดต้องเทคโอเวอร์สำนักพิมพ์ก็อซซิพอย่างลับๆ และเป็นคนขายข่าวเสียเอง

ทุกวันนี้คนรักของยุนโฮก็ยังคงเป็นปริศนาต่อไป ว่าเป็นใคร?


“ยูชอน...ยูชอนนน...อย่าทำแบบนี้สิ...ยูชอน”
“ทำไม...ทามมายย ทั้งที่แจจุงอยากให้แกมีความสุข ไอ้โง่ยุนโฮ”
“ฮะ...ฮืออ ยูชอน...อะ...อย่าว่ายุนโฮเลย”
“ทำไม ทั้งที่แจจุงบอกแล้วจะอยู่ข้างกายแกตลอดไป ทำไมยังทำแบบนี้...ทำไม”
“ถะ...ถ้าผมเป็นยุนโฮ ผะ...ผมก็ทำเหมือนกัน...ฮะ...ฮือ
ถ้าไม่มียูชอน...ถะ...ถ้า ฮืออ ฮื้อ..”
จุนซูร้องไห้พลางกอดเอวอีกคนไว้แน่น ใบหน้าที่เคยสดใสน่ารักแดงก่ำ
หยาดน้ำตาไหลรินรดทั่วผิวแก้ม
อารมณ์โศกเศร้าที่สูญเสียพี่ชายและยิ่งได้อ่านคำอาลัยสุดสลดนี่อีก
ทำให้เจ้าตัวสุดทานทนกับอารมณ์ที่เก็บกักอยู่ภายในร้องไห้ออกมาอย่างสุดกลั้น
“พอแล้ว...จุนซู พอแล้ว ผมขอโทษ อย่าร้องไห้ผมไม่ไปไหนนะ อย่าร้อง”

ยูชอนนั่งปลอบโยนน้องชายแจจุงอย่างสุดรัก...
เขาอยากกล้าหาญแบบยุนโฮซักครึ่งหนึ่ง...
เขาคงกล้าจะบอกรักคนในอ้อมกอดมากกว่านี้

 

'ผมคงไม่เข้มแข็งพอ ผมคงทนไม่ได้ที่คนรักต้องโดนต่อต้าน
ผมขออยู่เคียงข้างคนที่ผมรักแบบนี้ตลอดไปดีกว่า'

 


15-01-20XX

เพลง The Promise ถูกเปิดครั้งแล้วครั้งเล่าในรอบวันนี้
เพื่อรำลึกการจากไปของอดีตนักร้องนักแสดงหนุ่มชื่อดัง
จอง ยุนโฮ...(และคนรักของเขา คิม แจจุง...)

 

The End…