2008/Sep/16

 

 

http://www.elyrics.net/read/f/feist-lyrics/1234-lyrics.html


Title: OUR 1.2..3
Author: flying_birth
Rating: NC
Genre: Songfic
Length: SF
Status: complete
Paring: Yun-Chun-Jae
Summary:
เพียงคืนเดียวที่เปิดใจรับความอ่อนโยน
เพียงชั่วโมงที่ดื่มด่ำความปรารถนา
แต่ผลที่ตามมาไม่ได้หยุดแค่หนึ่งวัน
หนึ่งสัปดาห์
หนึ่งเดือน
หรือหนึ่งปี
เสพสุขครั้งนั้นกับเพื่อนบ้านข้างห้องสลักแน่นตลอดไป...


* * * * * * * * * * * * * * * *


เช้าวันหนึ่ง...
One, two, three, four ...
จำนวนนับธรรมดาถูกรังสรรค์เป็นทำนองดนตรีน่าฟัง
ปลุกคนนอนหลับสบายให้ต้องย่นคิ้วกระตุกริมฝีปากอิ่ม
ส่งรอยเหยียดยิ้มเยาะจนเกือบเป็นเส้นตรง

เพลงเด็กประถมมาอีกแล้ว!!

มือเรียวลูบไร้ผิวกายตัวเองช้าๆ
คลายความเมื่อยล้าที่เผลอนอนหลับท่าเดิมตลอดคืน!!
ถึงการนอนหลับสบายบนเตียงนอนนุ่ม ๆ
ก็ทำให้เคล็ดขัดยอกได้...หรือเนี่ย??
ผิวสัมผัสอ่อนนุ่มของผิวเนื้อทำให้เจ้าของเรืองร่างพึงพอใจอยู่บ้าง
จะขัดกันก็แต่กล้ามงามๆ ที่หลายคนบ่นเป็นเสียงเดียวกัน...
เอามันออกไปซะ!

ก็ผมชอบนิ...ลูกผู้ชายต้องหล่อ! สุขภาพดีและมีกล้าม?

เสียงเพลงจากห้องข้างๆ ดังแทรกกำแพงสากๆ มาไม่ขาดระยะ
เมื่อทำนองเว้นวรรคให้นักร้องได้ร่ายบทเพลง
เสียงของเพื่อนข้างห้องก็ดังรอดมาให้ได้ยินไม่ขาดสายเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะช่วงต้นเพลงจะดังมากเป็นพิเศษ
นอกนั้นเพื่อนคนร้องจะดำน้ำตามทำนองคันทรี่น่ารัก ๆ ซะมากกว่า
ร้องจริงจัง กลบเสียงร้องต้นฉบับเหมือนช่วงขึ้นอินโทรเนื้อเพลง

One, two, three, four ...
วัน ทู ทรี โฟว์...
Tell me that you love me more
เทล มี เธท ยู เลิฟ มี มอร์..
Sleepless long nights
สลีพเลส ลอง ไนท์ เธท อีส วอท มาย ยูธ วอส ฟอร์ ?
That is what my youth was for

เขาถึงกับยิ้มรับความหมายของบทเพลงทุกครั้งที่ได้ยินมัน...

1 2 3 4 ...
บอกฉันทีสิว่ารักกันมากขึ้น
ฉันนอนกระส่ำกระส่ายอยู่ตลอดคืน
นอนคิดว่าวัยหนุ่มสาวมีชีวิตอยู่เพื่อ...อะไรกัน

นั่นสิพ่อหนุ่มข้างห้อง...มีชีวิตวัยหนุ่มเพื่อเป็นนักร้องระดับหางแถวยังไงหล่ะ!

เสียงเพลงยังคงดังต่อมาเรื่อง ๆ ซึ่งตอนนี้คนร้องได้เงียบเสียงตัวเองลงไปแล้ว

Old teenage hopes are alive at your door
คนแก่...! ต่างคาดหวังให้พบเจอสิ่งสดใส
Left you with nothing but they want some more
ผ่านมาผ่านไปไม่เหลืออะไรไว้แต่กลับต้องการมาก

คนฟังแปลเองแล้วเริ่มที่จะหงุดหงิด...คนร้องไม่แก่มั่งให้มันรู้ไป!

เพลงยังคงดังต่อไปเรื่อย ๆ มือเรียวก็จัดการปลดกระดุมเสื้อทีละเม็ดๆ
ขจัดกลิ่นแอลกอฮอร์และควันบุหรี่ที่ผนึกแน่นบนเสื้อผ้าให้พ้นออกจากตัว
เมื่อคืนนี้เขากับเพื่อน ๆ เลี้ยงฉลองกันมากไปหน่อย
เคสสทัตดิ ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและอีกสองวันเขาจะเริ่มใช้กับคนไข้จริง...

จอง ยุนโฮ
ปาร์ค ยูชอน

ผมไม่อยากให้ใครซักคนต้องอุทิศตัวเองเลยจริง ๆ...

หูก็ฟังบทเพลงยามเช้าที่ได้ยินเกือบทุกวัน จากที่เคยรำคาญก็เริ่มชินหู
ฟังไปเพลิน ๆ ทำนองเพลงก็น่ารักดี

อยากเห็นหน้าคนที่เปิดเพลงกล่อมหูเขาอยู่ทุกวันซะแล้ว...

ใคร...?

ร่างสูงเดินฮัมเนื้อเพลงไปเบาๆ ขาวยาวๆ ก้าวตามเสต็ปโฟล้คซองไปเรื่อยๆ
เรียวปากอิ่มแย้มยิ้มอิ่มเอิบ ผิวขาวกระจ่างถึงจะไม่เนียนนุ่มดุลแพรผ้า
แต่ยามต้องแสงแดดยามเช้าที่ลอดผ่านบานหน้าต่างปะทะเข้ากับร่างกายสูงโปร่ง
ที่กำลังไล้ปลายเท้าเข้ากับจังหวะเพลง
ช่างเป็นภาพน่ามอง และเจิดจ้าเกินกว่าจะจินตนาการ

Oh, you're changing your heart
Oh, You know who you are

โว้..โอ คุณกำลังจะเปลี่ยนใจใช่มั้ย
โฮ้วว...รู้แล้วนะว่าคุณเป็นใคร

ผมยืนพิงขอบประตูที่หน้าห้องนอน เหมือนร่างกายหยุดการเคลื่อนไหว
ลมหายใจหยุดกึกชะงักงัน
เสียงจังหวะเต้นของหัวใจจากแผ่วเบาค่อยๆ ดังขึ้นๆ
และระรัวเร็วจนผมควบคุมได้ไม่ทัน

นั่นสินะเขาเป็นใคร....

ระบบสั่นของโทรศัพท์มือถือดังเตือนให้เจ้าของรับสายที่กำลังเรียกเข้า และดึงสติคนล่องลอยกับภาพฝันให้ตื่นจากภวังค์


“ตื่นแล้วเหรอ?...”
                  
ใบหน้าขาวใสเดินตรงเข้ามาหา
ดวงตาสดใสเป็นประกายแจ่มชัดจนเขาเองต้องหลบสายตาลง
มือเรียวยาววางทาบแนวสะโพกเบาๆ กระซิบเสียงทุ้มน่าฟังที่ข้างใบหู
“เจ็บมากไหม...นี่ไม่คิดจะใส่กางเกงให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องผมเหรอ”

…… เห๊!!! ....... นี่มันห้องผมไม่ใช่เหรอ ?

แล้ว...
เสียงโทรศัพท์ยังครางเบา ๆ
และสั่นตะกุกตะกักอยู่ในกระเป๋ากางเกงที่วางกองไว้บนพื้นห้อง

...... ห๊ะ !!! …... โป๊ท่อนล่าง!!!


เมื่อก้มลงมองที่ตัวเอง ดวงตากลมโตถึงกับตกตะลึง
เสื้อเชิ้ตที่เป็นคนลงมือปลดกระดุมด้วยตัวเองตอนนี้กำลังถูกอีกคนช่วยถอดออกให้
ปลายจมูกโด่งไล้ลมหายใจเบา ๆ บริเวณซอกคอ
น้ำเสียงทุ้มต่ำยังคงทำหน้าที่กล่อมเสียงดนตรีให้คนฟังได้เคลิบเคลิ้ม
ยิ่งกว่าบทเพลงใดที่เคยได้ยิน


Sweetheart bitterheart now I can't tell you apart
Cosy and cold, put the horse before the cart
Those teenage hopes who have tears in their eyes
Too scared to own up to one little lie

 

จะสุขใจ ทุกข์ใจ ตอนนี้ฉันบอกคุณไม่ได้หรอก
ผลที่ได้อาจสลับขั้วเหมือนรู้สึกอุ่นและก็หนาว
หวังไว้ว่าน้ำตาในดวงตาของคนเหล่านั้น
เป็นแค่ความกลัวที่จะโกหกใครๆ ด้วยคำสองคำ

นิ้วมือยาวบรรจงรูดเสื้อให้หลุดออกจากไหล่กว้างได้รูป
เผยผิวเนื้อสวยใส
เรียวปากอิ่มอดไม่ได้ที่จะกดจูบลงไปอย่างนุ่มนวล
น้ำเสียงเสนาะยังคงฮึมบทเพลงข้างหูของอีกคนไปเบาๆ
แผ่นหลังบางกว่าของอีกคนทาบทับลงมาแนบอกของอีกฝ่าย
อย่างคนไร้เรี่ยวแรง
“ผม...อยากทำตอนคุณรู้สึกตัว”
“อ๊ะ...อ่า อะ อย่าผมต้อง...ขะ...เข้า(เวร)”
มือหนานวดคลึงปลุกความต้องการยามเช้าได้อย่างไม่ยากเย็น
สะโพกสวยก็ช่วยกระตุ้นความต้องการของอีกฝ่ายไม่ได้ยาก
รสสัมผัสที่เคยผ่านมาของกันและกันถูกปลุกขึ้นอีกครั้งหลังจากเมื่อคืน
ความทรงจำถูกเรียกกลับคืนมาอย่างไม่ต้องย้อนนึกคิด
เสียงครางแผ่วเบาเรียกร้องการเติมเต็มอยากสัมผัสความอ่อนโยน
ให้ลึกซึ้งถึงภายใน
เหมือนที่ร่างกายร้อนผ่าว
ด้วยแรงสัมผัสจากเรียวปากสีชมพูอุ่นจัดจนอ่อนระทวย

“เข้า...มาเถอะ”

One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then
1 2 3 4 5 6 9 หรือ 10...
เงินเท่าไหร่ซื้อความรักที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอก
One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then
1 2 3 4 5 6 9 หรือ 10...
เงินเท่าไหร่ซื้อความรักที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอก

 

จังหวะนับที่เคยสบประหมาดว่าระดับเด็กประถม
แต่พอปล่อยให้ร่างกายได้นับจังหวะผ่านอีกคนที่ซ้อนตัวด้านหลัง
ขอยกระดับให้ขึ้นชั้นมหาลัยโดยไม่ต้องผ่านการเอดมิดให้เสียเวลา
แรงโยกโยนตัวยิ่งมากขึ้นเรียวแรงที่ใช้พยุงตัวก็ยิ่งกลับลดลง
เรียวขาทั้งสองข้างถูกยกขึ้นขนาบลำตัว
ร่างที่ซ้อนสอดประสานอยู่ด้านหลังใช้แรงที่สะโพก
รุนดันอีกคนเข้าหาประตูห้องนอนแรงดันผลักบานประตูลงล็อคพอดิพอดี

...แต่เสียงเพลงยังคงลอดผ่านเข้ามาให้ได้ยินอย่างต่อเนื่อง…


Oh, you're changing your heart
Oh, you know who you are
Oh, you're changing your heart
Oh, you know who you are
Oh, who you are

เปลี่ยนใช่ไหม ... คุณกำลังเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม
รู้แล้วนะว่าตัวคุณคือใคร

คร๊าบ...ผมเปลี่ยนใจแล้ว!!!

ร่างบางที่แนบขนาบพื้นผิวแข็งกร้านสั่นระริก
ทุกส่วนสัดถูกรุกดันถูไถขึ้นลงไม่หยุดหย่อน
มือเรียวนั้นควานหาที่ยึดเกาะ
เมื่อรู้สึกความเต็มตื้นในอารมณ์ที่สุดจะกักกั้น
มือหนาไขว่คว้าสองมือนั้นมาเกาะกุมกดดันให้แนบสนิทชิดบานประตู
ร่างกายคนทั้งสองเร่งเร้าสนองแรงปรารถนา
ให้ทะยานถึงจุดปลดปล่อยพร้อม ๆ กัน


“ออ...อะ...อือ อย่าลืมผมนะครับ...สัญญานะอย่าลืมผม”
“อ๊ะ...มะ..อ่า...ไม่ลืม อืม...อะ สัญญา”


For the teenage boys
หนุ่มน้อยทั้งหลาย
They're breaking your heart
พวกเขากำลังหัวใจแตกสลาย
For the teenage boys
They're breaking your heart

หนุ่มน้อยทั้งหลาย
พวกเขากำลังหัวใจแตกสลาย

 

เสียงเพลงยังขับกล่อมคนทั้งสองไปเรื่อยๆ
คนสองคนค่อย ๆ เลื่อนกายลงนอนลงบนพื้นห้อง
อ้อมกอดของชายหน้าตาสะอาดสะอ้าน
ยังคงตามประคองไม่มีทีท่าจะคลายวงแขน


“ผมต้องเข้าเวร”
“ขอผมกอดอีกแป๊ปเดียวนะ...แจจุง”

 

เสียงเพลงยังคงฟังต่อไป รอบแล้วรอบเล่า...ซ้ำแล้วซ้ำอีก...
ความทรงจำของคนก็คงเหมือนกับการกรอกลับซ้ำไปซ้ำมาของบทเพลง

 

* * * * * * * * * * *

 

หลังจากสายวันนั้นผมไม่ได้กลับเข้าอพาร์ตเม้นท์อีกเลย
พร้อมๆ กับเสียงเพลงข้างห้องก็เงียบกริบตามไปด้วย
ผมได้แต่มองหมายเลขหน้าห้อง
นึกถึงหน้าเจ้าของและหวังอยู่ลึกๆ ว่า
เจ้าของนัยน์ตาสวยกระจ่างนั้นยังอยู่สบายดี

เพื่อนที่พาผมมาส่งที่อพาร์ตเม้นท์
เล่าว่าคืนนั้นผมเองเมามาก
จะเข้าห้องที่ติดกับผมท่าเดียวแถมยังสอดการ์ด
ตบประตูจนเจ้าของห้องเดินมาเปิด ถามว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น
เพื่อนผมเป็นเขาเรียกชื่อผมถูกต้องจึงปล่อยเลยตามเลย...

และก็เลยตามเลยตามอารมณ์และบทเพลงที่ฟังจนจำขึ้นใจจริง ๆ


ผมทาบมือลงบนประตูนั่น...แล้วเราคงได้เจอกันอีก...

เคสสทัตดิ ผ่านพ้นไปด้วยดี
แต่...
ทุกอย่างบนโลกมีได้มาก็ต้องมีเสียไป
ยูชอนเลือดไม่แข็งตัวหลังการผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ
และร่างกายเกิดสภาวะช็อค
ยุนโฮเองก็เกิดภาวะร่างกายต่อต้านอวัยวะใหม่
ผมและคณะแพทย์วิ่งวุ่นกันอยู่เป็นสัปดาห์

สุดท้ายแฝดคนละใบก็ต้องพรากจากกัน

ยูชอนเสียชีวิตในที่สุด
ส่วนยุนโฮรอดปลอดภัยพร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่ในไม่ช้า
เคสสตัทดิ ที่เปลี่ยนคนที่ตายแล้วให้ฝื้นขึ้นมาอีกครั้ง....
สำเร็จไปได้ด้วยดี

 

...ครึ่งเดือนผ่านไป เสียงเพลงจากห้องข้าง ๆ ไม่ดังปลุกผมอีกแล้ว
หนึ่งเดือนผ่านไปผมได้แต่มองป้ายเลขห้องด้วยดวงตาละห้อย
ปีหนึ่งผ่านไปผมแทบไม่เหลือความหวังที่จะได้พบเจอคน ๆ นั้นอีก...

 

หลังเลิกเวรผมเดินเล่นไปเรื่อยๆ
ใช้เวลาทำใจกับการจากไปของคนในความทรงจำเสียที
ป่านนี้เพื่อนบ้านข้างห้องที่เผลอมีอะไรเลยเถิดก็คงย้ายออกไปเรียบร้อยแล้ว
งานในโรงพยาบาลก็ไม่เป็นเวลาพอจะทำให้ผมลืมความทรงตรึงใจนั้นได้บ้าง
ใครบอกว่าเป็นหมอแล้วสบายได้เงินง่ายผมจะเถียงให้ขาดใจ...


“เฮ้ออ...”


คิดถึงจังน้า...
อยากเจออีกซักครั้ง...
อยากได้อ้อมกอดอ่อนโยนอีกซักครั้ง...
อยากกลับไปคืนนั้น
อยาก....
อยากเจอเหลือเกิน....


One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then
One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then

 


1 2 3 4 5 6 9 หรือ 10...
เงินเท่าไหร่ซื้อความรักที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอก

ผมอยากซื้อ…
อยากจะซื้อเพื่อที่จะสานต่อให้เกิดเป็นความรัก!!

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * *

 

เช้าวันหนึ่ง...

One, two, three, four ...

จำนวนนับธรรมดาถูกรังสรรค์เป็นทำนองดนตรีน่าฟัง
ปลุกคนนอนหลับสบายให้ต้องย่นคิ้วกระตุกริมฝีปากอิ่ม
ส่งรอยเหยียดยิ้มเยาะจนเกือบเป็นเส้นตรง

เพลงเด็กประถมมาอีกแล้ว!!

 

....!!!....

 

ผมรีบวิ่งไปยังห้องข้าง ๆ
เห็นบานประตูเปิดกว้างเหมือนรอผม
เหมือนเชิญผมเข้าไปด้านใน
ผมตอบรับไมตรีทันทีวิ่งไปกอดแผ่นหลังคนที่อยากเจอมานานแสนนาน

เจอกันแล้ว...เจอกันแล้ว...

เขาหันกลับมาช้าๆ

 

….

 

 


ผมเดินคอตกกลับมาห้องตัวเอง บทเพลงคุ้นเคยก็ยังคงดังมาเรื่อย ๆ ....
น้ำตาผมรินไหลออกมาช้าๆ เหมือนสมองของผมที่เริ่มทำงานช้าลง ...

ไม่ใช่คนคนนั้น...

 

“เสียใจมากขนาดนี้เลยหรือ”
“เรื่องของผม”

ผมสูดลมหายใจลึกๆ
หันหน้าหนีคนไร้มารยาทที่เปิดประตูห้องคนอื่นเข้ามาโดยพละการ

“ดื่มกันหน่อยสิผมเหงาจัง”
“จิส์!”

กระป๋องเบียร์ที่อ้อมกอดกว้างถูกวางลงบนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟายาวที่ผมนั่งอยู่
ชายคนนั้นยื่นกระป๋องเบียร์ส่งมาให้
ผมรับเบียร์มาไม่ยอมพูดยอมจานั่งดื่มเหมือนอยู่คนเดียวในห้อง
ไม่ได้มีท่าทีสนใจคนชวนดื่มเลยแม้แต่น้อย


อยากเมา...
อยากกลับไปคืนนั้น...

ถะ...

ถ้ากลับไปได้ผมจะให้เขากอด
ผมจะยอมโดดเวร
ผมจะยอมโดนอาจารย์หมอต่อว่า ว่าขาดความรับผิดชอบ
ผมจะโดนอะไรก็ช่าง แต่ผมจะไม่ยอมละทิ้งอ้อมกอดนั้นไปอีกแล้ว
ย้อนเวลากลับไปที
ย้อนมันที ผมอยากกลับไปตอนสายของวันนั้นอีก

ชะ...ช่วยย้อนกลับไปที

ถ้าผมเมาวันนี้ ผมจะได้กลับไปเจอเขาอีกใช่ไหม
ผมจะเมา...
ผมอยากเมา

 

“แจจุง”
“ปล่อย!...ปล่อยผม ปล่อยยย ฮืออ”

Sweetheart bitterheart now I can't tell you apart
Cosy and cold, put the horse before the cart
Those teenage hopes who have tears in their eyes
Too scared to own up to one little lie


จะสุขใจ ทุกข์ใจ ตอนนี้ฉันบอกคุณไม่ได้หรอก
ผลที่ได้อาจสลับขั้วเหมือนรู้สึกอุ่นและก็หนาว
หวังไว้ว่าน้ำตาในดวงตาของคนเหล่านั้น
เป็นแค่ความกลัวที่จะโกหกใครๆ ด้วยคำสองคำ

 

เสียงทุ้มคลอบทเพลงที่ผมจำได้ดี...


“อย่า...อย่าร้องมัน ผมไม่อยากฟัง”
ผมสะบัดหน้าไปมาดิ้นรนขลุกขลักอยู่ในอ้อมอกกว้างแข็งแรงนั่น

ไม่เหมือนกัน...ไม่ใช่คนๆ เดียว


“ปล่อยผมนะ...ออกไป๊!! ออกไป”
ผมดิ้นหนีสุดแรงจนนอนหอบอยู่บนโซฟา
หูผมได้ยินเสียงกระป๋องเบียร์กลิ้งไปทั่วทิศทาง
คงเป็นเพราะแรงดีดดิ้นของผมเมื่อครู่ และบทเพลงนั้นก็ยังคงดังต่อเนื่อง

 

One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then
One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then

1 2 3 4 5 6 9 หรือ 10...
เงินเท่าไหร่ซื้อความรักที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอก
1 2 3 4 5 6 9 หรือ 10...
เงินเท่าไหร่ซื้อความรักที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอก

.......

“ผมขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ยยุนโฮ”
“ได้”
น้ำเสียงทุ้มตอบเสียงแผ่วเบาแต่ผมยังได้ยินชัดเจน
ผู้ชายคนนั้นโอบกอดผมไว้อีกครั้ง

...“ไปตายซะ!! แล้วเอายูชอนคืนมา”....

โหดร้าย...เป็นคำพูดที่โหดร้ายที่สุด
แต่มันช่างโหดร้ายกับผมนักเมื่อเห็นชายคนนี้อยู่ใกล้ๆ
และรู้ความจริง
ความจริงที่ไม่สมควรรู้...
ความจริงที่น่าจะตายไปพร้อมกับคนๆ นั้น แฝดผู้น้อง...


ดวงตาผมฝ้ามัวไม่รับรู้ภาพเบื้องหน้า
ไม่รับรู้ว่าทุกหยาดหยดของน้ำตาหล่นล่วงมาตั้งแต่เมื่อไหร่
หูทั้งสองข้างของผมอื้ออึงตัดสรรพเสียงภาพนอก
แต่ร่ายกายผมกลับรับสัมผัสที่โอบรัดแน่นขึ้นได้ดี
รู้ดี คนที่กอดผมตอนนี้เป็นใคร


... ยุนโฮ...


จอง ยุนโฮ ชายผู้โชคดีแห่งวงการแพทย์
แต่จะมีใครซักกี่คนรู้ การที่ได้คนๆ นี้กลับคืนมาต้องสูญเสียอะไรไป

 

“ผมตายไปนานแล้ว ” น้ำเสียงของเขาสั่นครือ...
“ไม่มีอะไรซักอย่างเป็นของผม” น้ำอุ่น ๆ ไหล่ซึมลงมาที่บ่าของผม
“จะหัวใจของผมที่เต้นระทึกอยู่ด้านหลังคุณ
หรือมือของผมที่โอบกอดคุณไว้ แจจุง
หรือแม้แต่เลือดที่ไหลเวียนในร่างกาย”
แรงสะอื้นของเราทั้งสองคนสอดประสานกัน
เรียวปากอุ่นชื้นทาบลงมาบนกลีบปากของผม

ความรู้สึกเดียวกัน...จูบของผู้ชายคนนั้น...


...ยูชอน...


“ฮึ...หึ...นี่ก็ไม่ใช่ผม...”
เสียงหัวเราะเย้ยหยันตัวเองดังอยู่ข้างใบหูของผม
“มีชีวิตอยู่แบบนี้...คุณคิดว่าผมอยากอยู่หรือไงกัน”
“หนึ่งปีที่ผมตามหาใครบางคนโดยไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“หนึ่งปีที่ผมนอนหลับฝันเห็นแต่ชายสองคนประคองกอดกันอย่างรักใคร่”
“หนึ่งปีที่ผมมีชีวิตอยู่อย่างอึดอัด จะทำอะไรจะขยับตัวไปไหนก็โดยขัดเสียทุกอย่าง”
“ด้วยเหตุผลงี่เง่า ผมต้องอยู่แทนชีวิตที่เหลือของน้องชาย”
“นี่มันนรก ผมตื่นขึ้นมาพบกับขุมนรกชัด ๆ”

“แล้วคุณ...แจจุง...คุณยังใจร้ายให้ผมตายไปอีกเหรอ”


เสียงตัดพ้อของชายคนนี้ดังอยู่ข้างหลังผม
แผ่นหลังผมเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาของเขา
ผมไม่สงสาร
ผมไม่เห็นใจ...

“ยุนโฮ ปล่อยยูชอนไว้กับผมสิ”
“ไม่...ไม่”


ผมค่อย ๆ หันหน้าไปหาเขา ดวงตาเรียวดุดันนั่นช่างต่างกันกับยูชอนนัก
แต่ผมกลับเห็นประกายความสดใสในแบบเดียวกัน
ผมไล้ปลายนิ้วเบา ๆ ตามผิวกายแข็งแน่นด้วยกล้ามเนื้อ
ผิดกับยูชอนที่เนียนอ่อนนุ่มชวนสัมผัสกว่า

“ทิ้งยูชอน ไว้กับผมสิ นะ...น้า ยุนโฮ”


ผมค่อย ๆ ทาบร่างกายแนบชิดร่างกายแข็งแรงนั่น
ออกแรงดันให้อีกคนนอนนาบลงบนโซฟา
เสื้อผ้าหลุดลุ่ยทั้งของผมและเขาถูกปลดออกอย่างง่ายดาย


Oh, you're changing your heart
Oh, you know who you are
Oh, you're changing your heart
Oh, you know who you are
Oh, who you are

ผมสอดตัวเองเข้าหายุนโฮช้า ๆ
ซึมซับความเป็นยูชอน ในร่างกายยุนโฮ
“อ่ะ...อ่า”
นั่งแช่สอดรับการเติมเต็มอยู่เช่นนั้น
ก่อนที่ร่างกายจะเสียวสะท้าน
เมื่อความอุ่นชื้นค่อย ๆ ซึมเข้ามาในร่างกายจนเปียกชุ่ม
“ปล่อยยูชอน มาหาผมนะยุนโฮ”
ผมค่อยๆ ขยับตัวขึ้นลงช้าๆ โดยมีมือหนาของยุนโฮพยุงสะโพกเอาไว้
“จะ...เจ็บหรือเปล่า”
ผมสะบัดหัวปฏิเสธและเริ่มขยับการรุกล้ำที่ร่างกายเคยชิน
 ใช่แล้วความรู้สึกเดิมกลับมาแล้ว ผมปลดปล่อยความต้องการอย่างไม่รู้ตัว
มันอุ่นชื้นอยู่ทั่วบริเวณที่ผมนั่งทาบทับและขยับสะโพกตามแรงปรารถนา
เสียงกระทบกันของผิวเนื้อกับน้ำสีขุ่นเหนียวหนืด
เยื้อบางๆ ขั้นกลางระหว่างเราทั้งสองส่งเสียงหนึบหนับ
เมื่อสองเราสอดประสานสัมผัสกัน
และดื่มด่ำจนสุขสมทั้งสองฝ่าย

“แจจุง”
“อื่อ…อ่ะ...อ๊ะ ระ...แรงไป...อา”

ผมรับรู้แรงทับทาบและการสอดประสานที่ต่างออกไป

....ไม่ใช่ยูชอน....ยูชอนอยู่ไหน....


. . . . . . .


แสงแดดอ่อนรำไรตกกระทบผิวกายผม
จนต้องเริ่มขยับตัวหนีลำแสงอุ่นจนแสบผิวเนื้อ
เช้าแล้วหรือ...

“เจ็บหรือเปล่า...ผมขอโทษนะ”
“เจ็บ...ตรงนี้…ช่วยทีได้ไหม”

มือหนาปลดปล่อยความต้องการยามเช้าให้ผมเสร็จสรรพ
ผมนอนหลับตาพริ้มปลดปล่อยกายใจไปไกลแล้วไกล...
ร่างกายผมถูกเติมเต็มอีกครั้ง
รสรักปรนเปรอให้ผมจนแทบสำรักความอิ่มเอม

“อ่า...ยุนโฮ”


หลังจากผ่านคืนและช้าวันนั้น ผมไม่ได้เจอยุนโฮอีกเลย...
ชีวิตผมทำไมมีแต่คนมาตักตวง...
สมปรารถนาแล้วก็หลบลี้หลีกหนีหน้ากันไป

“เฮ้อ...อยากเจออีกครั้ง อยากเจอทั้งสองคนจัง”

ผมฮัมเพลงที่เคยเบื่อนักเบื่อหนา
แอบนินทาเพื่อนข้างห้องว่าอ่อนแก่เรียนอยู่แค่เพลงเด็กประถม
แต่...
นี่เป็นเพลงโปรดของผมไปเสียแล้ว

One, two, three, four ...
วัน ทู ทรี โฟว์...
Tell me that you love me more
เทล มี เธท ยู เลิฟ มี มอร์..
Sleepless long nights
สลีพเลส ลอง ไนท์ เธท อีส วอท มาย ยูธ วอส ฟอร์ ?
That is what my youth was for

 

อ้อมกอดแข็งแรงโอบรอบตัวผมจนหายใจกระตุก


Old teenage hopes are alive at your door
โอลด ทีนเอท โอพ ซาร์ อะไลฟ เอท ยัว ดอร์
Left you with nothing but they want some more
เลฟท ยู วิธ นอธิง บัท เธย์ วอนท ซัม มอร์
Oh, you're changing your heart
โว้ว โอ้ โอว ยัว เชนจิง ยัว ฮาร์ท
Oh, You know who you are
โอว โอ้ว โอ ยู โนว์ ฮู ยู อา

“ฝากเนื้อฝากตัวเป็นเพื่อนบ้านด้วยคนนะครับ คุณหมอแจจุง”
“แข็งแรงจนจะยกวัวได้ทั้งคอกแล้วผมไม่ต้องดูแลแล้วครับ คุณยุนโฮ”
“คิดถึงผมหรือเปล่า”
...บ้า...ใครจะไปคิดถึงกัน...

“ผมคิดถึงคุณทุกคืนเลยครับ”
...ดี...ที่หลังได้กันแล้วก็รอให้ผมตื่นก่อนแล้วค่อยไป!...

“วันนั้นผมรีบไปเพราะแม่โทรตามนะครับ ผมขอโทษที่ไปไม่ลา”
...ใครที่ไหนอยากรู้...อยากทำอะไรก็ตามใจสิ....

“ไปหายูชอนกันนะครับ”
“ห๊ะ!!”

 

ยุนโฮพาผมมายังที่ที่ยูชอนนอนหลับใหล
ไร้การรับรู้ได้แต่นอนหลับอย่างสงบสุข
ความอบอุ่นของอ้อมกอดนั่นกลับมาหาผมอีกครั้ง
ผมใช้มือลูบบนรูปถ่ายที่สลักแน่นบนผิวหิน ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างบริสุทธิ์
ใบหน้าคนในความทรงจำบนหินสลักรูปไม้กางเขนคือคน ๆ เดียวกัน
“ยูชอน”


“แจจุง”
ยุนโฮคุกเข่าอยู่หน้าป้ายหลุมศพน้องชาย
มือหนาดึงมือให้ผมนั่งคุกเข่าลงไปคู่กัน
“น้องรัก ขอบคุณที่ทำให้พี่เจอคนพิเศษ”
ผมหันกลับไปมองหน้ายุนโฮอย่างสงสัย...
ดอกลินลี่สีขาวบริสุทธิ์พอ ๆ กับรอยยิ้มของคนที่นอนหลับ
ไร้ลมไร้หายใจถูกวางลงตรงหน้าแท่นหิน
“พี่คนนี้จะดูแลนาย และรักแจจุงตราบจนลมหายใจสุดท้าย”
มือหนาหายกลับเข้าไปในเสื้อสูทสีทึบแสง
ผมไม่แน่ใจว่ามันคือสีอะไรในตอนนี้ ดวงตาผมเติมตื้นไปด้วยหยาดน้ำตา
“ผมรู้ว่ามาทีหลัง แต่อย่าพึงตัดรอนความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณได้มั้ยครับ แจจุง”
ยุนโฮคว้ามือของผมไปกุมไว้ นิ้วยาวๆ สอดประสานเข้ากับมือของผม
แหวนทองคำขาวกลมเกลี้ยงถูกดันเข้ามาที่นิ้วนางของผมช้าๆ จนสุดโคนนิ้ว
“ผู้ชายที่ได้เสียกันแล้ว ผมขอรับผิดชอบนะครับ”
“บ้า!”


“ยูชอน ต่อไปนี้ฉัน นายและแจจุงจะไม่มีใครพรากจากไปไหนอีก
เราทั้งสามคนจะผูกพันด้วยใจ จะสานรักด้วยกายให้แนบแน่น
ต่อให้ความตายก็พรากเราทั้งสามไปไม่ได้”

 

“ยุนโฮ”
“สวมแหวนให้ผมหน่อยสิ”
ผมรับแหวนกลมเกลี้ยงสีเงินมันเงามาจากมือเขา
และสวมมันลงไปที่นิ้วนางด้านซ้ายเช่นเดียวกัน
ริมฝีปากหยักของยุนโฮวกดจูบแผ่วเบาบนหน้าผากของผม
น้ำตาแห่งความตื้นตันไหลลงมาไม่ขาดสาย
โดยมีมือของยุนโฮปาดซับอยู่ตลอดเวลา


“ร้องเพลงให้ยูชอนฟังอีกครั้งดีไหม แจจุง”
“อือ...ดีสิ ผมก็อยากร้องให้ยูชอนฟัง”

 

เพลงคุ้นเคยถูกขับขานอีกครั้ง...อีกครั้ง...และตลอดไป


One Two Three Four
Tell me that you love me more
Sleepless long nights
That is what my youth was for
1 2 3 4 ...

บอกฉันทีสิว่ารักกันมากขึ้น
ฉันนอนกระส่ำกระส่ายอยู่ตลอดคืน
นอนคิดว่าวัยหนุ่มสาวมีชีวิตอยู่เพื่อ...อะไรกัน

Old teenage hopes are alive at your door
Left you with nothing but they want some more

ผู้ผ่านพ้นวัยต่างคาดหวังพบเจอสิ่งสดใส
ผ่านมาผ่านไปไม่เหลืออะไร แต่กลับต้องการขึ้นอีก

Oh,oh,oh,you're changing your heart
Oh,oh,oh,You know who you are

เปลี่ยนใช่ไหม ... คุณกำลังเปลี่ยนใจแล้วใช่ไหม
รู้แล้วนะว่าตัวคุณคือใคร

Sweetheart bitterheart now I can tell you apart
Cosy and cold, put the horse before the cart
Those teenage hopes who have tears in their eyes
Too scared to own up to one little lie

จะสุขใจ ทุกข์ใจ ตอนนี้ฉันบอกคุณไม่ได้หรอก
ผลที่ได้อาจสลับขั้วเหมือนรู้สึกอุ่นและก็หนาว
หวังไว้ว่าน้ำตาในดวงตาของคนเหล่านั้น
เป็นแค่ความกลัวที่จะโกหกใครๆ แค่คำสองคำ


One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then
One, two, three, four, five, six, nine, or ten
Money can't buy you back the love that you had then

1 2 3 4 5 6 9 หรือ 10...
เงินเท่าไหร่ซื้อความรักที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอก

 


For the teenage boys
They're breaking your heart
For the teenage boys
They're breaking your heart

หนุ่มน้อยทั้งหลาย
พวกเขากำลังหัวใจแตกสลาย

Feist : 1234

 

THE END…

edit @ 16 Sep 2008 13:18:34 by ^^FlyingBirth^^